กำจัดขนหน้าให้เกลี้ยงเกลาด้วยวิถีจีนโบราณ

เป็นประเพณีนิยมไปแล้วที่ก่อนเจ้าสาวแต่งงานออกเรือนไปจะต้องผ่านกรรมวิธีเสริมความงามต่าง ๆ สารพัด การถอนขนหน้าให้เกลี้ยงเกลาเพื่อเผยผิวเนียนนุ่มก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งตามวิธีของคนจีนโบราณที่เรียกว่า “หมั่งหมิง” เขาจะนำเส้นด้ายมาพันเป็นเกลียวแล้วค่อย ๆ ถอนขนบนใบหน้าออกไป แต่ก็อย่างที่รู้กันว่า ถึงขนบนใบหน้าจะมองไม่ค่อยเห็นแต่ก็มีอยู่ในปริมาณมาก เรียกว่าผุดขึ้นมาทุกรูมขุมขนเลยทีเดียวเพราะมักเป็นขนเส้นเล็กบางและสีกลมกลืนไปกับผิว ดังนั้น การถอนจึงมักใช้เวลาหลายวันกว่าจะแล้วเสร็จ ถามว่าทำไมถึงไม่ถอนทีเดียวให้จบไปเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา ขอตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า “เพราะมันเจ็บ” ก็แล้วกันนะคะ ใครที่คิดว่าถอนขนด้วยวิธีนี้ไม่เจ็บแสดงว่าไม่เคยลองมาก่อน อีกทั้งหลังถอนขนเสร็จ ใบหน้าจะเกิดอาการบวมแดงเนื่องจากถูกประทุษร้ายด้วยการถอนขนออกไปนั่นเองค่ะ การดูแลผิวหน้าหลังทำหมั่งหมิงจึงควรประคบประหงมเป็นพิเศษ หลังถอนขนแล้วควรรีบไปล้างหน้าทันทีเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งหลายออกให้หมด จากนั้นชโลมผงพิเศษตราร่มชูชีพให้ทั่วเพื่อลดอาการระคายเคือง อย่าตกใจถ้าใบหน้ามีผื่นแดงขึ้นเต็มนะคะเพราะมันจะเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อใบหน้าหายอักเสบก็จะกลับขาวเนียนใสยิ่งกว่าเดิมจนลืมเจ็บเลยล่ะค่ะ ข้อควรระวังในการหมั่งหมิงมีอย่างเดียวเท่านั้นคือ ถ้าคุณเป็นคนผิวบางและแพ้ง่าย ควรหันไปพิจารณาการถอนขนหน้าด้วยวิธีอื่นที่นุ่มนวลกว่าแทน และถ้าใครที่กำลังมีสิวหรือแผลบนใบหน้าก็ควรรักษาให้หายเสียก่อนจึงค่อยมาทำ จะได้ไม่เป็นการซ้ำเติมผิวนะคะ

ค่า SPF กับครีมกันแดด

เวลาเลือกซื้อครีมกันแดด หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีตัวอักษร SPF ตามด้วยตัวเลขอยู่ข้างหลังด้วย บางคนที่พอจะรู้ความหมายของ SPF ก็เข้าใจว่าต้องเลือกชนิดที่มีตัวเลขสูง ๆ เข้าไว้ ประสิทธิภาพในการกันแดดของครีมที่ใช้จะได้สูงมากขึ้น แต่คุณมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้องมากน้อยเพียงไหน วันนี้เราจึงพาคุณผู้อ่านทั้งหลายมาทำความเข้าใจกับ SPF กันค่ะ SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor เป็นตัวบ่งชี้ระดับในการป้องกันแสงแดดของครีมแต่ละตัว เช่น SPF 15 คือสามารถป้องกันแสงแดดได้มากกว่าปกติ 15 เท่า, SPF 30 คือสามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้มากถึง 30 เท่า เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปครีมกันแดดที่มีค่าตั้งแต่ SPF15 – 30 ก็เพียงพอต่อการรักษาผิวให้พ้นอันตรายจากแสงแดดแล้วค่ะ นอกจากนี้ลักษณะและการเปลี่ยนแปลงของสีผิวเมื่อถูกแดดแผดเผาของผู้ใช้ก็ยังเป็นตัวกำหนดค่า SPF ที่จำเป็นอีกต่อหนึ่งด้วยนะคะ…

ครีมกันแดดสำหรับสาวหน้าสิว

ครีมกันแดดแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ของคนรักสวยรักงามทั่วโลกเสียแล้ว แต่คนที่กำลังเป็นสิวที่หน้าอาจไม่ค่อยอยากทาครีมกันแดดกันสักเท่าไหร่เพราะเกรงว่าจะไปทำให้รูขุมขนอุดตันอันเป็นสาเหตุให้มีสิวเพิ่มมากขึ้น วันนี้เราจึงนำวิธีเลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับสภาวะผิวที่กำลังอ่อนแอกันค่ะ – เลือกครีมกันแดดเนื้อบางมาใช้ดีที่สุด เนื่องจากครีมกันแดดที่เหนียวหนับหรือมีความเข้มข้นสูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งล้างออกให้หมดจดได้ยากเท่านั้น ทำให้มีสิ่งตกค้างอยู่บนใบหน้าและกลายเป็นแหล่งกำเนิดของสิวที่ไม่พึงปรารถนาในเวลาต่อมา – เลือกครีมกันแดดที่มีสารบำรุงผิวร่วมด้วยมาใช้จะได้ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของผิวไปในตัว – ครีมกันแดดบางตัวก็ออกแบบมาสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ถ้าเจอละก็อย่าลืมคว้ามาใช้กันนะคะ – ในขณะที่ใบหน้าของคุณเต็มไปด้วยสิวจะเป็นช่วงที่ผิวอ่อนไหวมาก ๆ ดังนั้นอย่าใช้ครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์แรงนัก ให้เลือกสูตรสำหรับผิวบอบบางจะดีที่สุดค่ะ – ครีมกันแดดจะเป็นแบบเนื้อครีมหรือสูตรน้ำนั้นไม่สำคัญเท่าไหร่ ส่วนที่ต้องพิจารณาให้มาก ๆ คือใช้แล้วไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ หรือทิ้งคราบต่าง ๆ บนผิว ที่สำคัญต้องล้างออกง่ายและไม่ระคายเคืองผิวหน้า – หลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารกันเสียหรือพาราเบน รวมถึงน้ำหอมต่าง ๆ ด้วยเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดสิว

คัมภีร์กำจัดขนรักแร้

รักแร้ขาวเนียนและเกลี้ยงเกลาเป็นสิ่งที่สาว ๆ ทุกคนใฝ่ฝันถึง แต่ก่อนที่จะไปถึงฝัน จะต้องหาวิธีจัดการกับขนรักแร้ใต้วงแขนให้สำเร็จเสียก่อน! เพราะคำนึงถึงจุดนี้เราเลยรวบรวมวิธีกำจัดขนรักแร้มาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ 1. จั่งซี่มันต้องถอน วิธีกำจัดขนรักแร้ที่เรียบง่ายและดึกดำบรรพ์ที่สุดก็คือการถอน อุปกรณ์คู่กายที่จำเป็นต้องมีก็คือแหนบกับแสงสว่าง สาวบางคนถือโอกาสช่วงแดดร่มลมตกมานั่งถอนขนรักแร้อย่างเมามันส์ระหว่างนั่งเมาส์กับเพื่อน บางครั้งยังร่วมด้วยช่วยกันถอนอย่างเธอถอนให้ชั้น ชั้นถอนให้เธอด้วยซ้ำไป โดยไม่ต้องเสียเงินไปซื้อบริการที่ไหนให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ 2. ไม่อยากเมื่อยแขนใช้เจลสิคะ หากคุณกลัวเจ็บแต่ยังอยากกำจัดขนอยู่ดี ลองเลือกใช้เจลกำจัดขนดูสิคะ วิธีใช้นั้นง่ายมาก กอไก่ล้านตัว เพียงแค่ป้ายครีมให้ทั่วรักแร้ของคุณ ทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ระบุบนฉลาก จากนั้นจึงค่อยเช็ดออก ขนก็ร่วงติดออกมาด้วยโดยง่าย สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะคะ แต่ขึ้นชื่อว่าสารเคมีแล้ว สิ่งที่ควรทำก็คือเช็คดูก่อนว่าผิวของคุณแพ้ยาตัวนี้หรือเปล่า โดยให้ทดสอบทาลงบนผิวบริเวณท้องแขนที่บอบบาง ถ้าเป็นผื่นแดงเถือกแถมคันยิบ ๆ ก็อย่าได้เอามาใช้เชียว เดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มเสีย 3. อยากสวยต้องไม่กลัวเจ็บ สาวมั่นอย่างศรีทนได้จำนวนไม่น้อยใช้ยุทธวิธีในการแว๊กซ์เพื่อกำจัดขนรักแร้เนื่องจากเห็นผลดีมาก เพราะสามารถกำจัดขนได้แบบถอนรากถอนโคน แลกกับการเจ็บตัวเพียงเดือนละครั้งก็ไม่มีขนโผล่มากวนใจไปอีกนาน

วิธีใช้เครื่องถอนขนอย่างมีประสิทธิภาพ

คนที่ชอบกำจัดขนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วยตัวเองนั้น มักจะมีอุปกรณ์หรือตัวช่วยประจำตัวที่สามารถเสริมประสิทธิภาพในการถอนขนติดตัวเสมอ แน่นอนว่า “เครื่องถอนขน” ก็เป็นหนึ่งในไอเท็มที่ใครหลายคนพยายามเสาะหามาไว้ในครอบครองเพื่อความรวดเร็วในการณ์นี้นั่นเอง วันนี้เราจึงนำวิธีการใช้เครื่องถอนขนอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมาฝากค่ะ เผื่อว่าจะมีใครมองข้ามขั้นบางอย่างไปจะได้แก้ตัวใหม่ในการกำจัดขนครั้งหน้า 1. ล้างบริเวณที่จะทำการถอนขนให้สะอาดเอี่ยมอ่อง แต่อย่าใช้พวกสบู่หรือน้ำยาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นะคะเพราะคุณจะเจ็บกว่าปกติเวลาเครื่องทำงาน เนื่องจากผิวตึงเกินไป 2. เปิดรูขุมขนให้กว้างด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบผิว เมื่อรูขุนขนเปิดแล้วการถอนขนจะง่ายกว่าเดิมมากแถมยังช่วยลดอาการเจ็บด้วยค่ะ 3. ไถขนด้วยวิธีย้อนแนวเส้นขนจนเกลี้ยงเกลา ไถซ้ำถ้าจำเป็นจนกว่าขนจะถูกถอนออกจนหมด 4. หากมีอาการเจ็บจี๊ด ๆ ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นจะบรรเทาอาการนั้นลงได้ 5. หลังทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วให้ทาครีมหรือน้ำมันบำรุงผิวตามทันทีเพื่อให้ผิวฟื้นสภาพโดยเร็ว การใช้เครื่องถอนขนเหมาะกับทุกส่วนในร่างกายยกเว้นส่วนที่มีผิวหนังบอบบางมาก ๆ อย่างเช่นรักแร้ ที่เมื่อใช้เครื่องถอนขนแล้วจะรู้สึกเจ็บกว่าที่อื่น หลายคนจึงเลี่ยงมาถอนด้วยแหนบแทน หลังโกนเสร็จแล้วเส้นขนที่ขึ้นมาใหม่ก็จะมีขนาดเล็กลงและงอกช้าขึ้นอย่างน่าพึงพอใจเลยทีเดียว

แว๊กซ์ขนยังไงให้ได้ผล

การแว๊กซ์ขนขา เป็นวิธีกำจัดขนที่ได้ผลดีวิธีหนึ่ง เนื่องจากสามารถถอนออกมาได้อย่างหมดจด ถึงจะต้องแลกกับความเจ็บเวลาลอกแผ่นแว๊กซ์ออกมาก็ตามที แต่เพื่อผิวที่เกลี้ยงเกลาปราศจากขนให้รกหูรกตาแล้วเชื่อว่ามีคนมากมายที่พร้อมยอมทำทุกวิถีทางจะได้สวมเสื้อผ้าโชว์แขนขาเรียบเนียนได้อย่างมั่นใจ การแว๊กซ์ขนแบ่งออกเป็นสองชนิด ได้แก่ การแว๊กซ์ร้อน และการแว๊กซ์เย็น โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. การแว๊กซ์ขนแบบร้อน คือการนำแว๊กซ์ไปอุ่นให้ร้อนเสียก่อนเพื่อให้ตัวยาอ่อนตัว อาจจะโดยการนำไปอังไอน้ำ หรืออุ่นในไมโครเวฟ จากนั้นจึงนำแว๊กซ์ดังกล่าวมาป้ายผิวบริเวณที่ต้องการกำจัดขน เรียบร้อยแล้วจึงแปะผ้าขาวบางหรือสำลีแผ่นลงไปให้แนบสนิทไปกับผิว เมื่อทิ้งระยะตามเวลาที่ฉลากกำหนดไว้ครบแล้วจึงลอกออกด้วยการดึงผ้าหรือสำลี ขนก็จะหลุดติดออกมาด้วยแบบถอนรากถอนโคน 2. การแว๊กซ์ขนแบบเย็น วิธีนี้ไม่ต้องเอาแว๊กซ์ไปอุ่นให้ยุ่งยากอะไร เพียงเปิดฝาผลิตภัณฑ์แล้วนำแว๊กซ์ไปชโลมผิวให้ทั่ว ๆ ก็แปะผ้าหรือสำลีตามลงไปได้เลยเช่นเดียวกับการทำแว๊กซ์ร้อน เมื่อถึงเวลาก็ลอกผ้าออกได้เลย การแว๊กซ์ขนทั้งสองแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป กล่าวคือหากคุณใช้วิธีแว๊กซ์เย็น ก็จะพบว่ามันช่างสะดวกและง่ายดายยิ่งนัก แต่ข้อเสียของมันก็มีไม่น้อยนั่นคือขนอาจลอกออกมาไม่หมด และขนที่งอกออกมาใหม่ก็มีโอกาสที่จะหยาบและแข็งกว่าปกติ ในขณะที่การแว๊กซ์ร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขนไปในตัวทำให้กำจัดขนได้หมดจดไม่เหลือซาก

บำรุงขนตาให้งอนสวยแบบธรรมชาติ

พูดถึงขนแล้วก็ใช่ว่าจะมีแต่ส่วนที่รังเกียจจนต้องกำจัดทิ้งนะคะ ดูอย่างขนตานั่นปะไร ไม่ว่าสาวคนไหนก็อยากให้ขนตาของตัวเองดกหนาและงอนยาวกันทั้งนั้น ไม่งั้นคงไม่มีการผลิตมาสคาร่าหรือขนตาปลอมออกมาให้เอาไว้หลอกตัวเองและคนอื่นหรอก จริงไหมคะ? วันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับในการทำให้ขนตาของคุณยกระดับความงามขึ้นมาสมดังใจด้วยวิธีธรรมชาติกันค่ะ มาดูกันสิคะว่าต้องทำอะไรกันบ้าง 1. ก่อนนอนให้บำรุงขนตาด้วยการทาวาสลีนเป็นประจำ อย่าลืมนวดเบา ๆ บริเวณโคนขนตาสักสองสามนาทีเพื่อให้เนื้อครีมซึมซับเข้าไป ขนตาของคุณก็จะแข็งแรงขึ้น ยาวเร็ว และหนาขึ้นสมใจในไม่ช้า 2. รับประทานวิตามินเอช (H) หรือไบโอตินเสริมเข้าไป ซึ่งวิตามินดังกล่าวนี้มีส่วนช่วยเร่งให้ผมและขนตายาวเร็วขึ้น เล็บและผิวหนังก็จะพลอยได้รับอานิสงส์ให้แข็งแรงขึ้นด้วย อาหารที่มีไบโอตินมากได้แก่ แป้งถั่วเหลือง แป้งไม่ขัดสี ไข่แดง ตับวัว เนยถั่ว และนม 3. ระหว่างวันอาจบำรุงขนตาด้วยโลชั่นที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เพื่อเร่งให้ขนตายาวเร็วขึ้นด้วยก็ได้ 4. น้ำมันมะกอก มีสรรพคุณในการบำรุงขนตาเช่นเดียวกับวาสลีน สามารถใช้แทนกันได้อย่างสบาย หรือทาสลับกันกับโลชั่นในข้อ 3 และวาสลีนก็ได้ เนื่องจากแต่ละตัวต่างก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัว ทำกันถึงขนาดนี้แล้ว…

ฮาวทูตัดแต่งทรงขนสำหรับคู่รัก

เอาเข้าจริง ๆ แล้ว “ขน” ก็ไม่ได้เป็นที่รังเกียจของคนบางกลุ่มเลยแม้แต่น้อย รู้จักคำว่าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสมั้ยล่ะคะ เรื่องราวในวันนี้ถือว่าใช่เลยล่ะค่ะสำหรับการเปลี่ยนขนที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกขยะแขยงกลายเป็นรู้สึกทึ่งและอยากลองจำไปทำกับตัวเองบ้าง ซึ่งในวันนี้เราจะมาเสนอเรื่องราวของการตัดแต่งทรงขนในที่ลับกันค่ะ! อันว่าขนนั้นก็เปรียบได้กับเส้นผมที่เมื่อผ่านการตัดแต่งแล้วมักจะออกมาดูสวยงามชวนมองยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อยุทธวิธีนี้ถูกนำไปใช้กับขนในที่ลับแล้วด้วยก็ยิ่งชวนให้เพิ่มคะแนนพิศวาสให้เป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ ว่าแต่มีทรงขนอะไรที่เขานิยมตัดกันบ้างหนอ? 1. ตัดตามทรงเดิม เพียงแต่เล็ม ๆ ให้เป็นระเบียบก็พอ 2. โกนให้เกลี้ยงเฉพาะแนวบิกินี ส่วนที่เหลือก็เล็มให้สั้นจนได้รูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู 3. สำหรับสาวซน ขอแนะนำให้ไว้ขนเป็นรูปร่างที่คุณชอบแล้วโกนส่วนเกินออกให้เกลี้ยงเกลา อาจเพิ่มความโดดเด่นด้วยการย้อมสีขนให้สะดุดตาคู่รักด้วยก็ได้ไม่ว่ากัน 4. โกนทุกที่เหลือไว้แค่ขนบริเวณร่องกุหลาบ แล้วตัดแต่งให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทั้งนี้ก่อนลงมือตัดหรือโกนขนจะต้องทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นให้หมดจดเสียก่อนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ อุปกรณ์ที่นำมาใช้ก็ต้องพิถีพิถันเช่นกัน มีดโกนควรใช้ใบมีดใหม่ที่คมกริบ ระวังความคมของปลายกรรไกรอย่าให้ไปทิ่มแทงส่วนนั้นของคุณจนเกิดแผล หากขนยาวต้องตัดให้สั้นก่อนโกนตามแนวขนนะคะ อย่าโกนย้อนขนเด็ดขาด และอย่าลืมกระจกสำหรับส่องด้วยว่ายังมีตรงไหนที่หลงหูหลงตาอีกหรือเปล่า

ศิลปะบนขนคิ้ว

ขนที่ได้รับการเอาใจใส่จากสาว ๆ มาตั้งแต่โบราณคงหนีไม่พ้น “ขนคิ้ว” เป็นแน่ เนื่องจากตำแหน่งของมันช่างสะดุดตาผู้คนซ้ำยังมีการนำไปประกอบการดูโหงวเฮ้งเสียอีก ดังนั้น เราจึงมักวุ่นวายกับมันอยู่เสมอเพื่อให้ออกมาดูดีที่สุดนั่นเอง ไหนมาดูกันซิว่าเราทำอะไรกับคิ้วลงไปบ้าง 1. กันคิ้ว วิธียอดนิยมที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมักจะมีการกันคิ้วตามสมัยนิยมหรือตามแฟชั่นก็ว่าได้ ลองสังเกตดูรูปของสาวเปรี้ยวสมัยก่อนดูก็ได้ บางคนนี่คิ้วโก่งดั่งคันศรกันเลยทีเดียว 2. ถอนขนคิ้ว เป็นวิธีจัดคิ้วให้เข้ารูปโดยถอนขนส่วนเกินออก โดยมากมักเป็นคนที่มีคิ้วสวยอยู่แล้ว 3. โกนคิ้ว ด้วยแฟชั่นการแต่งหน้าของสาว ๆ เปลี่ยนแปลงฉับไวจนตามแทบไม่ทัน วันนี้นิยมคิ้วแบบนี้ แต่วันถัดไปกลับเปลี่ยนแบบอื่นเสียแล้ว ฉะนั้นเพื่อเป็นตัดปัญหาจึงต้องใช้วิธีการโกนมันให้เหี้ยน เพื่อจะได้เนรมิตคิ้วเอาเองให้ทันกระแสนิยม อยากได้คิ้วหนาหรือบางแค่ไหนก็จัดไปอย่าให้เสีย 4. สักคิ้วถาวร มีอยู่ช่วงหนึ่งที่สาว ๆ นิยมกันไปสักคิ้วถาวรเป็นการใหญ่ ด้วยเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการมีคิ้วที่งดงามตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องมานั่งวาดนั่งเล็งให้คิ้วเท่ากันอีกต่อไป แต่ถ้าเจอร้านที่มีฝีมือก็ถือว่าโชคดีไปเพราะมีสาว ๆ หลายคนที่ถึงกับร้องไห้เพราะเจอช่างที่มือไม่ถึงจนคิ้วออกมาไม่สวยอย่างที่หวัง…