ปริมาณครีมกันแดดที่ใช้ทาคือเท่าไหร่

ด้วยราคาที่ไม่อาจดูเบาได้ของครีมกันแดด ทำให้สาว ๆ หลายคนรู้สึกเสียดายที่จะใช้คราวละมาก ๆ ดังนั้นจึงมักทาครีมกันแดดแบบเขียมสุดฤทธิ์ สิ่งที่เกิดตามมาก็คือประสิทธิภาพของครีมกันแดดลดลงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากคุณทาครีมน้อยเกินไปนั่นเองค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราควรทาครีมกันแดดเท่าไหนจึงจะไม่น้อยหรือมากเกินไปดีนะ? เรามีคำตอบให้ค่ะ โดยหลักการแล้ว ครีมกันแดดจะมีประสิทธิภาพตรงกับที่ระบุไว้บนฉลากก็ต่อเมื่อถูกใช้ในปริมาณ 2 มิลลิกรัมต่อ 1 ตารางเซนติเมตร เท่านั้น ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะทากันไม่ถึงผิวจึงไม่ได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่เท่าที่ควร และนอกจากปริมาณของเนื้อครีมที่ใช้ในแต่ละครั้งแล้ว ยังมีปัจจัยอย่างอื่นที่มีผลต่อประสิทธิภาพของครีมกันแดดอีกด้วย นั่นก็คือสภาพอากาศที่คุณอยู่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นความชื้น ความสูงจากพื้นดิน ลม และความร้อน ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้เราทาครีมกันแดดเพิ่มทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องอย่างต่อเนื่อง ท่องเอาไว้ค่ะว่า ถ้าอยากสวยจะงกไม่ได้โดยเด็ดขาด ยิ่งถ้าคุณต้องใช้เวลาอยู่ในน้ำติดต่อกันเป็นเวลานานด้วยแล้วละก็ ครีมกันแดดก็จะถูกน้ำชะล้างออกไปเรื่อย ๆ จนหมด ดังนั้น อย่าลืมหาเวลาขึ้นมาเติมครีมกันแดดเป็นระยะกันนะคะผิวจะได้ถูกแสงแดดแผดเผาจนคล้ำเสีย อย่าไปคิดว่าใช้ครีมที่มีสารกันน้ำแล้วจะไม่เป็นไร…

ครีมกันแดดที่ดีเป็นอย่างไร

ปัจจุบันมีครีมกันแดดมากมายวางขายเต็มไปหมด แต่ละยี่ห้อต่างก็อวดอ้างสรรพคุณกันยกใหญ่ว่าผลิตภัณฑ์ของตนเองนั้นมีดีเพียงใด ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะเลือกใช้ครีมกันแดดตัวไหนดี อีกทั้งราคาของแต่ละตัวก็ไม่ใช่แค่บาทสองบาท กับสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้จะซื้ออะไรทีก็ต้องคิดแล้วคิดอีกจริงไหมคะ ฉะนั้นเพื่อเป็นการช่วยให้คุณ ๆ ได้ตัดสินใจเลือกครีมกันแดดได้ง่ายขึ้น เราจึงนำขั้นตอนการเลือกซื้อครีมกันแดดที่ดีมาฝากให้พิจารณากันดังนี้ – สามารถป้องกันได้ทั้งยูวีเอและยูวีบี – เมื่อใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้ ทดสอบได้โดยทาครีมลงบนท้องแขนแล้วรอดูผลว่าเกิดผื่นคัน หรืออาการบวมแดงหรือไม่ – มีสารอื่น ๆ ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการกันแดดด้วย อาทิเช่น ไททาเนียมไดออกไซด์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการสะท้อนรังสียูวี, ซิงก์ออกไซด์ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยให้ครีมกันแดดติดทนนานยิ่งขึ้น หรือ อโวเบนโซน (Avobenzone) ที่สามารถป้องกันรังสียูวีเอได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น – ไม่มีอันตรายแอบแฝง เนื่องจากครีมกันแดดจำเป็นต้องใช้ทุกวันวันละหลายครั้ง จึงควรพิถีพิถันเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ – เบาสบาย ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะจนน่ารำคาญ…

ค่า SPF กับครีมกันแดด

เวลาเลือกซื้อครีมกันแดด หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีตัวอักษร SPF ตามด้วยตัวเลขอยู่ข้างหลังด้วย บางคนที่พอจะรู้ความหมายของ SPF ก็เข้าใจว่าต้องเลือกชนิดที่มีตัวเลขสูง ๆ เข้าไว้ ประสิทธิภาพในการกันแดดของครีมที่ใช้จะได้สูงมากขึ้น แต่คุณมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้องมากน้อยเพียงไหน วันนี้เราจึงพาคุณผู้อ่านทั้งหลายมาทำความเข้าใจกับ SPF กันค่ะ SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor เป็นตัวบ่งชี้ระดับในการป้องกันแสงแดดของครีมแต่ละตัว เช่น SPF 15 คือสามารถป้องกันแสงแดดได้มากกว่าปกติ 15 เท่า, SPF 30 คือสามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้มากถึง 30 เท่า เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปครีมกันแดดที่มีค่าตั้งแต่ SPF15 – 30 ก็เพียงพอต่อการรักษาผิวให้พ้นอันตรายจากแสงแดดแล้วค่ะ นอกจากนี้ลักษณะและการเปลี่ยนแปลงของสีผิวเมื่อถูกแดดแผดเผาของผู้ใช้ก็ยังเป็นตัวกำหนดค่า SPF ที่จำเป็นอีกต่อหนึ่งด้วยนะคะ…

ครีมกันแดดสำหรับสาวหน้าสิว

ครีมกันแดดแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ของคนรักสวยรักงามทั่วโลกเสียแล้ว แต่คนที่กำลังเป็นสิวที่หน้าอาจไม่ค่อยอยากทาครีมกันแดดกันสักเท่าไหร่เพราะเกรงว่าจะไปทำให้รูขุมขนอุดตันอันเป็นสาเหตุให้มีสิวเพิ่มมากขึ้น วันนี้เราจึงนำวิธีเลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับสภาวะผิวที่กำลังอ่อนแอกันค่ะ – เลือกครีมกันแดดเนื้อบางมาใช้ดีที่สุด เนื่องจากครีมกันแดดที่เหนียวหนับหรือมีความเข้มข้นสูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งล้างออกให้หมดจดได้ยากเท่านั้น ทำให้มีสิ่งตกค้างอยู่บนใบหน้าและกลายเป็นแหล่งกำเนิดของสิวที่ไม่พึงปรารถนาในเวลาต่อมา – เลือกครีมกันแดดที่มีสารบำรุงผิวร่วมด้วยมาใช้จะได้ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของผิวไปในตัว – ครีมกันแดดบางตัวก็ออกแบบมาสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ถ้าเจอละก็อย่าลืมคว้ามาใช้กันนะคะ – ในขณะที่ใบหน้าของคุณเต็มไปด้วยสิวจะเป็นช่วงที่ผิวอ่อนไหวมาก ๆ ดังนั้นอย่าใช้ครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์แรงนัก ให้เลือกสูตรสำหรับผิวบอบบางจะดีที่สุดค่ะ – ครีมกันแดดจะเป็นแบบเนื้อครีมหรือสูตรน้ำนั้นไม่สำคัญเท่าไหร่ ส่วนที่ต้องพิจารณาให้มาก ๆ คือใช้แล้วไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ หรือทิ้งคราบต่าง ๆ บนผิว ที่สำคัญต้องล้างออกง่ายและไม่ระคายเคืองผิวหน้า – หลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารกันเสียหรือพาราเบน รวมถึงน้ำหอมต่าง ๆ ด้วยเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดสิว